บทความบัญชี

บัญชีบริหาร : ว่าด้วยเรื่องของ CVP ตอนที่ 1

พฤติกรรมต้นทุน   

 

 

     สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้พี่อัสจะมาสอนในเรื่องของพฤติกรรมต้นทุน ซึ่งพี่จะขอเปลียบเทียบเป็นพฤติกรรมของคนเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่นบางคนก็นิ่งมาก บางคนก็อยู่ไม่นิ่งเลย (ไฮเปอร์นั้นเอง คิคิ)

     พฤติกรรมต้นทุนก็เหมือนกัน โดยพฤติกรรมต้นทุนที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง (เหมือนคนที่อยู่นิ่งๆ) เราจะเรียกว่ากลุ่มพฤติกรรมต้นทุนคงที่ หรือก็คือ Fixed Cost หรือที่ย่อกันว่า FC ส่วนพฤติกรรมที่เริ่มจาก 0 ยิ่งใช้เยอะยิ่งจ่ายมาก เราเรียกพฤติกรรมต้นทุนนี้ว่า พฤติกรรมต้นทุนผันแปร หรือ Variable Cost หรือย่อว่า VC 

     พฤติกรรมต้นทุนก็จะแยกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ตามที่ได้กล่าวมา เพื่อความเข้าใจพี่จะขอยกตัวอย่างเช่น    ค่าเช่า ซึ่งทุกเดือนเราต้องจ่าย จะอยู่หรือไม่อยู่ก็ต้องจ่าย เราจะจัดเป็น FC หรือต้นทุนคงที่ นั้นเอง อีกตัวอย่าง เช่น ค่าโทรศัพท์ สมมุติว่าโทรครั้งนึง 3 บาท ไม่โทรเลยแปลว่าจำนวนปริมาณครั้งในการใช้ ไม่ได้เกิดขึ้น ต้นทุนที่จะต้องจ่ายก็ไม่มี แต่ถ้าเราโทรบ่อยจำนวนปริมาณครั้งก็เกิดขึ้นมาก จำนวนต้นทุนที่เราต้องจ่ายก็จะมากขึ้น เราจะจัดเป็น VC หรือต้นทุนผันแปร ซึ่งจำนวนต้นทุนจะผันแปรไปตามจำนวนครั้งที่ใช้นั่นเอง   

     เมื่อกี้พี่พูดถึงโทรศัพท์ เรามาพูดถึงโทรศัพท์บ้านหรือก็คอโทรศัพท์พื้นฐานกันบ้าง ที่เป็นเบอร์ 02XXXXXX ซึ่งมันมักจะมีพฤติกรรมต้นทุนที่เราเรียกกันว่า พฤติกรรมผสม หรือต้นทุนผสม นั่นเอง 

    ในเรื่องของพฤติกรรมต้นทุนผสมนี้ง่ายมากๆเลย นั้นคือถ้าไม่ใช้เลย เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับหนึ่ง เช่น ค่าโทรศัพท์บ้าน ถ้าไม่ใช้เลยเราจะต้องเสียเงิน 100 บาท นั่นคือค่าเช่า และถ้าเราใช้ 1 ครั้งเราจะต้องเสียเพิ่มอีก 3 บาท ซึ่งจะบวกเพิ่มไปเรื่อยๆเมื่อเราใช้งาน   

     พฤติกรรมผสมจะไม่เริ่มต้นที่ 0 จะไม่เหมือนพฤติกรรมผันแปร แต่ค่าใช้จ่ายจะเริ่ม ณ จุดๆหนึ่ง ที่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่และจะเพิ่มจากระดับคงที่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเราเรียกกันหลายแบบมีทั้ง Semi Cost หรือเรียกอีกอย่างว่า Mixed Cost   

     พฤติกรรมต้นทุนผสม มีหลายแบบซึ่งพี่ได้ยกตัวอย่างข้างต้นเป็นค่าโทรศัพท์ไปแล้ว พี่จะขอยกตัวอย่างอีกอัน สมมุติว่า พี่เช่าอาคารอยู่ตึกหนึ่ง ทำกวดวิชาอยู่ ค่าเช่าตึกนี้เดือนละ 1,000 บาท แล้วพี่ก็มีความคิดว่าจะไปเช่าอีกตึกหนึ่งดีไหม๊ ซึ่งก็จะมีค่าเช่าเพิ่มอีก 1,000 บาท ดังนั้นถ้าพี่เช่าแค่ 1 ห้อง พี่ก็จะเสียเงิน 1,000 บาท ถ้าเช่าเพิ่มอีกเป็น 2 ห้อง พี่ก็จะเสียเงิน 2,000 บาท แบบนี้เราสามารเรียกว่า Step Cost ได้ คือต้นทุนจะเพิ่มขึ้นในปริมาณเท่ากัน ถ้าพี่ไม่เช่าห้องเพิ่มอีก ค่าใช้จ่ายใช้จ่ายก็จะยังคงที่ไปอย่างนั้น

      ดังนั้นน้อง ๆ จะเห็นได้ว่า พฤติกรรมผสม ก็จะแยกได้อีก 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 จะคล้ายๆ กับพฤติกรรมต้นทุนผันแปร แต่มันจะเริ่ม ณ จุดๆหนึ่ง ซึ่งเราจะเรียกว่า พฤติกรรมต้นทุนกึ่งผันแปร

แบบที่ 2 จะมีค่าใช้จ่ายคงที่ ถ้าเราไม่ไปเปลี่ยนแปลงมัน แบบที่พี่ยกตัวอย่างเรื่องเช่าอาคาร เราจะเรียกว่า พฤติกรรมตันทุนกึ่งคงที่   

     ซึ่งในปัจจุบันพฤติกรรมต้นทุนส่วนมาก จะเป็นแบบผสม ไม่ว่าจะเป็นกึ่งคงที่หรือกึ่งผันแปรก็ตาม ดังนั้น เมื่อเวลาทำต้นทุน มีจุดสังเกตุว่า เวลาเราเรียนหนังสือ โจทย์จะให้มาเลยว่า เป็นคงที่ 30,000 บาท เป็นผันแปรหน่วยละ 10 บาท มันก็จะดูง่ายขึ้น แต่ถ้าโจทย์ไหนไม่บอกมาจะต้องจำไว้ว่าปกติค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันค่อนข้างเป็นแบบผสมซะส่วนใหญ่ เมื่อเราแยกไม่ได้ เราก็จะนำไปคำนวนทางเชิงต้นทุนบริหาร เช่น จุดคุ้มทุนไม่ได้  ซึ่งเราก็จะมีเครื่องมือในการแยกต้นทุนผสมหลายวิธี วิธีที่ดีวิธีหนึ่งคือ High-Low Method ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายในการเรียน   

     สำหรับตอนนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ ส่วนในตอนต่อไปพี่จะนำวิธี High-Low Method มาสอนค่ะ